holiday on the beachกองทุนรวม booking hotel onlineharicut back views

Compliance Units WebboardThai Mutual Fund
Association of Investment Management Companies

Association of Investment Management Companies

สมาคมบริษัทจัดการลงทุน

You are here : Home > FAQs
FAQs -คำถาม-คำตอบที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับการลงทุน
รายละเอียดคำถามคำตอบ:
Q เมื่อนายจ้าง…คิดจะตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตอน 1

ผมอยากทราบว่า บริษัทเล็กๆ (มีพนักงานประมาณ 10 คน) สามารถจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้หรือไม่
และถ้าสามารถจัดตั้งได้ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาประกอบก่อนจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
มีอะไรบ้างครับ



A

สำหรับการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนสมาชิกว่าจะต้องมีกี่คน กองทุนสำรอง
เลี้ยงชีพสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่ลูกจ้างร่วมกับนายจ้างตกลงกันจัดตั้งขึ้น โดยลูกจ้างจ่ายเงินสะสมและ
นายจ้างจ่ายเงินสมทบ ดังนั้น ไม่ว่าบริษัทจะมีพนักงานเพียงคนเดียว หรือหลายคน ถ้าทุกคนสมัครใจร่วมกันที่จะ
จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็สามารถทำได้ค่ะ


สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาเมื่อคิดจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีดังต่อไปนี้ คือ

ข้อมูลสำคัญๆ เกี่ยวกับ นายจ้าง ลูกจ้าง และการคัดเลือกบริษัทจัดการ กล่าวคือ


1. นายจ้าง :

ต้องสำรวจดูความพร้อมของนายจ้างว่าสามารถรองรับระบบงานที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ได้แก่

  • ขนาดองค์กรของนายจ้าง เป็นธุรกิจที่ใช้หรือจะต้องใช้ลูกจ้างประจำมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ก็เพื่อนำไป
    เป็นข้อมูลในการพิจารณาเลือกรูปแบบของกองทุน ว่าจะเลือกจัดตั้งในรูปแบบที่เป็นกองทุนเดี่ยว
    (single fund) หรือกองทุนร่วม (pooled fund) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีนายจ้างหลายรายร่วมกันจัดตั้ง

  • การเติบโตขององค์กร ดูได้จากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของยอดขาย รายได้ หรือกำไร แล้วมาประเมินภาพ
    ขององค์กรในอนาคตดู ว่าจะมีศักยภาพที่จะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
    มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนได้อย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า เหล่านี้เป็นต้น

  • ความสามารถในการจ่ายเงินเข้ากองทุน หมายถึง อัตราการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนของฝั่งนายจ้างว่า
    มีมากน้อยเพียงไร ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องเท่ากับ หรือ มากกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง (เงินสะสม ของลูกจ้าง
    = 2%-15% ของค่าจ้าง)

  • พนักงานที่จะรับผิดชอบในเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยนายจ้างควรมีบุคลากรที่มีความรู้
    ความเข้าใจ และสามารถติดต่อเรื่องการนำส่งเงินเข้ากองทุน และการจัดทำรายชื่อสมาชิกกองทุน
    รวมทั้งรับผิดชอบงานธุรการอื่นๆ ได้ โดยอาจเป็นบุคลากรจากฝ่ายการพนักงานหรือฝ่ายการเงินก็ได้



2. ลูกจ้าง :


ตรวจสอบดูว่า ผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจะมีส่วน
ทำให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จัดตั้งมีนโยบายในการลงทุน ลักษณะ หรือรูปแบบ เป็นอย่างนั้นด้วย เช่น


  • ความสามารถในการออมของลูกจ้าง โดยอาจพิจารณาจากอายุของลูกจ้างหรือรายได้ต่อเดือนของ
    ลูกจ้าง แล้วประมาณการจำนวนเงินที่ลูกจ้างสามารถจะออมได้ตามศักยภาพ และความพร้อมของแต่ละคน
    เพื่อนำมาใช้พิจารณาอัตราการจ่ายเงินสะสมของลูกจ้าง เช่น อาจจะกำหนดขั้นต่ำเอาไว้เป็นกลางๆ
    แล้วเพิ่มเป็นขั้นบันได ไปตามอายุงาน เป็นต้น

  • ความรู้ความเข้าใจของลูกจ้างเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และความสำคัญของการออมเพื่อเกษียณ
    อายุ มีมากน้อยเพียงไร เพื่อนำมาใช้วางแผนสำหรับการให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวแก่พวกเขาได้
    อย่างเหมาะสม


  • 3. ลูกจ้าง :


    เนื่องจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้ผู้บริหารเงินของกองทุนเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายจ้าง ดังนั้น
    นายจ้างจึงต้องมองหานักบริหารมืออาชีพ หรือที่เรียกว่า บริษัทจัดการ เข้ามาช่วยบริหารเงินก้อนนี้ โดย
    ผู้ประกอบธุรกิจรับบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องได้รับใบอนุญาตจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับ
    หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุน
    ส่วนบุคคลได้ เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจัดเป็นกองทุนส่วนบุคคลประเภทหนึ่งด้วย การศึกษาข้อมูลของบริษัท
    จัดการแต่ละบริษัทว่า มีประวัติความเป็นมาและการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นอย่างไร ก่อนการตัดสินใจเลือกให้มาบริหาร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา
    ทั้งนี้ สามารถสืบค้นรายชื่อบริษัทจัดการ ที่ให้บริการรับบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้จาก เว็บไซต์กองทุน
    สำรองเลี้ยงชีพไทย www.thaipvd.com ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    (สำนักงาน ก.ล.ต.)ในหัวข้อ ผู้ให้บริการ - บริษัทจัดการ











Welcome to the new AIMC website